เซรั่มบำรุงผิวหน้า

เทคนิคการใช้ เซรั่มบำรุงผิวหน้า ให้ได้ผลอย่างรวดเร็ว

วิธีการใช้ เซรั่มบำรุงผิวหน้า ที่ถูกต้องและเห็นเร็วที่สุด ควรทำอย่างไร

สำหรับสาวๆ สายบิวตี้ หากสังเกตดีๆ จะพบว่ากว่าที่คุณจะมีผิวหน้าที่กระจ่างใส อ่อนกว่าวัย จะต้องผ่านขั้นตอนในการบำรุงผิวอย่างมากมาย และหนึ่งในนั้น ก็คือการใช้ เซรั่มบำรุงผิวหน้า ซึ่งถือว่าเป็นขั้นตอนสำคัญ ก่อนการทาโลชั่น และครีมต่างๆ แต่อย่างไรก็ตาม หลายคนก็มองว่า การทาเซรั่ม เป็นขั้นตอนที่ยุ่งยาก แถมให้ผลที่ไม่ต่างกันจากการทาครีม หรือลชั่นบำรุงผิวเฉยๆ นั่นอาจจะเป็นเพราะว่า คุณกำลังทำผิดวิธีอยู่ก็ได้ ดังนั้นในหัวข้อนี้ เราจะพาคุณมาทบทวน ขั้นตอนการทาเซรั่มว่าต้องทำอย่างไร ถึงจะเห็นผล

 

ล้างหน้าเสมอก่อนทาเซรั่ม

การบำรุงผิวหน้าด้วยเซรั่มบำรุงผิวหน้า จะไม่เห็นผลเลย หากคุณไม่ได้ทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาด เพราะถึงแม้ว่าเซรั่มบำรุงผิว จะสามารถซึมเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว แต่หากใบหน้าของคุณเต็มไปด้วยเครื่องสำอาง และมลภาวะย่อมยากที่ตัวเซรั่มจะสามารถซึมเข้าสู่ผิวได้ และยากยิ่งกว่า ที่จะสามารถทำการบำรุงผิว

เซรั่มบำรุงผิวหน้า

 

ให้เซรั่มสัมผัสนิ้วมือให้น้อยที่สุด

หากเซรั่มบำรุงผิวหน้า มาในรูปแบบของหลอดหยด แนะนำว่าให้หยดใส่ผิวหน้าโดยตรงเลยจะดีกว่า เพราะมือของเราถึงแม้ว่าจะล้างมาจนสะอาด แต่การถูหรือลูบไล้ นอกจากจะไม่ทำให้เนื้อเซรั่มซึมลงไปในชั้นใต้ผิวได้ดีขึ้นแล้ว ยังอาจจะทำให้เกิดการเสียดสีเกินจำเป็น และขั้นตอนการนำพาเนื้อเซรั่มเข้าสู่ใต้ผิวที่ถูกต้อง ก็คือ การใช้ฝ่ามือ ค่อยๆ กดเซรั่ม ลงบนผิว ช้าๆ ให้ทั่วใบหน้า เพราะความร้อนจากฝ่ามือ จะทำให้รูขุมขนเปิด และทำให้เซรั่มซึมเข้าใต้ผิวได้เร็วยิ่งขึ้น

 

ควรเลือกเซรั่มที่ไม่ก่อให้เกิดสิว

ถึงแม้ว่าเนื้อของเซรั่มจะมีความบางเบา แต่คุณต้องจำเอาไว้เสมอว่า ความเข้มข้นของสารบำรุงผิวในเซรั่มนั้นมีมากกว่าในสกินแคร์อื่นๆ ดังนั้น ควรเลือกให้เหมาะกับความต้องการ เช่น หากอยากมีผิวหน้าที่กระจ่างใส ไร้รอยด่างดำ ก็ควรเลือกเซรั่มที่มีส่วนประกอบหลัก เป็นวิตามิซี เป็นต้น ที่สำคัญ คือ ควรอ่านส่วนประกอบทั้งหมด ของเซรั่มด้วยว่า มีสารที่จะไปอุดตันผิว และทำให้เกิดสิวหรือไม่ด้วย

เซรั่มบำรุงผิวหน้า

การใช้ เซรั่มบำรุงผิวหน้า มักจะเป็นขั้นตอนแรกหลังการล้างหน้า คำแนะนำสุดท้ายของเราเกี่ยวกับเรื่องนี้ คือ คุณไม่จำเป็นต้องเช็ดหน้าให้แห้ง เพราะเซร่ำต่างๆ จะทำงานได้ดีกว่า บนผิวหน้าที่มีความชื้นหมาดๆ และถ้าหากคุณคิดไม่ออกว่าควรทาเซรั่มเมื่อไหร่ เราขอแนะนำว่า ให้ใช้กฎ 2 นาที คือ การทาเซรั่มลงบนผิวหน้า ภายใน 2 นาทีหลังอาบน้ำเสร็จ เพราะช่วงเวลาดังกล่าว ผิวหน้ายังมีความชื้นอยู่ ทำให้เซรั่มสามารถซึมเข้าสู่ผิวได้ดีกว่า นั่นเอง

เซรั่มวิตามินซี

เซรั่มวิตามินซี ดีอย่างไร แล้วผิวหน้าประเภทใดที่ ควรใช้

เซรั่มวิตามินซี สามารถช่วยแก้ไข ปัญหาใบหน้าได้หลายๆอย่าง

ถ้าหากคุณได้ลองศึกษาเรื่องของสารอาหาร และวิตามินต่างๆ ที่จำเป็นกับผิว จะพบว่า วิตามินซี ถือว่าเป็นอีกหนึ่งอาหารผิว ที่มีความจำเป็นมาก สำหรับผิวของคุณ เพราะนอกจากจะช่วยในการผลัดเซลล์ผิวแล้ว ยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ทำให้ผิวหน้าของคุณดูสดใส และอ่อนเยาว์อีกด้วย แต่แน่นอนว่า แค่การกินอาหาร หรือ การใช้วิธีบำรุงผิวแบบธรรมชาติ อาจจะไม่เพียงพอ ที่จะให้ผิวของคุณได้รับสารอาหารผิวที่เพียงพอ ดังนั้น ตัวช่วยอย่าง เซรั่มวิตามินซี จึงถือว่ามีความจำเป็นกับผิวหน้าของคุณเป็นอย่างมาก และเพราะอะไรถึงเป็นเช่นนั้น นี่คือ คำตอบ

เนื่อเซรั่มจะมีวิตามินซีเข้มข้นกว่า ถึงแม้ว่าเซรั่มนั้นจะอยู่ในรูปแบบของ ของเหลว ที่มีความหนืดน้อย เมื่อเทียบกับโลชั่น หรือครีมบำรุงผิว แต่หากมองในส่วนประกอบนั้น ต้องบอกว่า ในตัวเซรั่มนั้น มีวิตามินซีที่มากกว่าครีมบำรุงค่อนข้างมาก และนอกจากนี้แล้ว อนุพันธ์ของวิตามินซีที่อยู่ในรูปแบบของเซรั่ม นั้น สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว และดูดซึมเข้าสู่ชั้นผิวได้อย่างล้ำลึกมากกว่า

เซรั่มวิตามินซี

ใช้ระยะเวลาที่น้อยกว่าในการฟื้นฟูผิว การมีใบหน้าขาวกระจ่างใส ในเวลาที่รวดเร็ว ถือว่าเป็นความปรารถนาของหลายๆ คน ซึ่งในจุดนี้ หากต้องการให้ผิวพรรณฟื้นฟูอย่างรวดเร็วอาจจะจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยี อย่างการทำเลเซอร์ ซึ่งค่อนข้างราคาสูงสำหรับหลายๆ คน การเลือกใช้ เซรั่มวิตามินซี ในการฟื้นฟูผิวให้กลับมาเหมือนเดิมนั้น ใช้ระยะเวลาที่น้อยกว่า การใช้ครีมบำรุงผิวแบบปกติมาก ที่สำคัญคือ คุณไม่ต้องไปเจ็บตัวจากการทำเลเซอร์ผิวหนังอีกด้วย

 

ไม่ก่อให้เกิดความมัน และผิวอุดตัน

ปัญหาสิว ถือว่าเป็นเรื่องที่สร้างปัญหาให้กับผิวของเราอย่างต่อเนื่อง แต่หลายคนอาจจะไม่รู้ว่า ผิวหน้ามันเกิดจากการที่ร่างกายของเราถูกกระตุ้นให้ผลิตน้ำมันส่วนเกินมากเกินไป ซึ่งครีมบำรุงผิว และโลชั่น อาจจะมีความมันที่มากเกินไป หรือแม้กระทั่งสกินแคร์ ที่บอกว่า สามารถควบคุมความมันบนผิวหน้า ก็ยังอาจจะทำให้เสียสมดุลของการผลิตน้ำมันใต้ผิว แต่หากเป็น เซรั่มปัญหานี้จะไม่เกิดอย่างแน่นอน เนื่องจากตัวเนื้อเซรั่มสามารถซึมสู่ผิวได้เกือบจะทั้งหมด ไม่ทิ้งความมันอุดตันไว้ที่ผิว

เซรั่มวิตามินซี

ถ้าหากคุณมองหาความรวดเร็ว และต้องการลดผลกระทบของการใช้ผลิตภัณฑ์ลดรอยจุดด่างดำที่ผิวหน้า เซรั่มวิตามินซี เป็นตัวเลือกแรกๆ ที่เราอยากจะแนะนำ เพราะนอกจากจะใช้ง่าย ได้ผลเร็วแล้ว ยังไม่ทำให้ผิวมัน และรูขุมขนกว้างขึ้นกว่าเดิม ที่สำคัญ คือ เซรั่ม ดูเหมือนจะเป็นสกินแคร์ ที่เหมาะสมกับทุกสภาพผิว หรือหากต้องการใช้ครีมบำรุงผิว คุณก็สามารถที่จะทาเซรั่มลงไปบนผิวก่อน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของครีม หรือโลชั่นได้อีกด้วย

อยากหน้าใสต้องทําไง

อยากหน้าใสต้องทําไง เผยเคล็ดลับหน้าใส อย่างมีออร่า

อยากหน้าใสต้องทําไง เราจะมาค้นหาคำตอบนี้ ไปพร้อมๆกัน

เชื่อว่าสาวๆหลายคนอยากจะมีผิวหน้าที่สว่าง กระจ่างใส ไร้จุดด่างดำ แต่มลภาวะที่เราต้องเผชิญอยู่ทุกวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงส่งผลเสียต่อผิวเรามากมายแล้ว อยากหน้าใสต้องทําไง เรามีเคล็ดลับการดูแลผิวมาฝากค่ะ

หน้าหมองคล้ำ เกิดจากอะไร

ปัจจัยที่ทำให้หน้าหมองคล้ำ ผิวพรรณไม่สดใส เกิดจากหลายสาเหตุด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นมลภาวะภายนอก สภาพอากาศหรือความเครียด นี่คือปัจจัยที่ทำให้หน้าหมองคล้ำได้ค่ะ

  1. แสงแดด การไม่ทาครีมกันแดดหรือโดนแสงแดดจ้าเป็นเวลานาน จึงส่งผลให้ผิวคล้ำ มีจุดด่างดำ ผิวหยาบกร้าน และยังเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนังได้อีกด้วย
  2. ความเครียด การเกิดความเครียดสะสมเป็นสาเหตที่ทำให้หน้าหมองคล้ำ และยังเกิดสิวได้อีกด้วย ดังนั้นควรลดความเครียด นอนพักผ่อนให้เพียงพอและหาเวลาผ่อนคลายเพื่อให้ผิวพรรณสดใสค่ะ

อยากหน้าใสต้องทําไง

  1. สภาพอากาศ อากาศที่หนาวจัดและร้อนจัดส่งผลต่อผิวเราได้ ถ้าอากาศที่หนาวจัดหรืออยู่ในห้องแอร์เป็นเวลานาน จะส่งผลให้ผิวเราแห้งแตก ลอก เป็นขุย ผิวไม่สดใส จึงควรทาครีมบำรุงเพิ่มความชุ่มชื้นอยู่ตลอด ถ้าอากาศร้อนก็จะทำให้หน้ามัน หมองคล้ำ ควรเลือกครีมที่ปราศจากน้ำมัน เนื้อครีมบางเบา จะช่วยให้หน้าไม่มันเยิ้ม
  2. ดื่มน้ำไม่เพียงพอ จนร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำ ทำให้ผิวพรรณไม่สดใส หมองคล้ำและหย่อนคล้อยได้ ดังนั้นอยากหน้าใสต้องทําไง แนะนำว่าควรดื่มน้ำให้เพียงพอ 8-10 แก้วต่อวัน โดยการจิบระหว่างวันบ่อยๆ ผิวก็จะชุ่มชื้นขึ้นค่ะ

อยากหน้าใสต้องทําไง

  1. ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผิวระคายเคือง ผิวจึงลอก ทำให้หน้าหมองคล้ำได้ ยิ่งถ้าเป็นคนผิวแห้งยิ่งไม่ควรประโคมผลิตภัณฑ์บำรุงผิวมากเกินไป เช่น คลีนเซอร์ โทนเนอร์ ครีมบำรุง และครีมบางชนิดอาจมีปฏิกิริยาทำให้ครีมอื่นๆประสิทธิภาพลดลงได้
  2. อายุที่เพิ่มขึ้น สภาพผิวจะค่อยๆเสื่อมลงตามอายุ โดยจะเริ่มมีริ้วรอย ไม่กระชับเต่งตึง มีฝ้า กระ จุดด่างดำมากขึ้น จึงทำให้หน้าดูหมองคล้ำไม่สดใส

อยากหน้าใสต้องทําไง

  1. การสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์ ส่งผลให้หน้าหมองคล้ำ หยาบกร้าน เกิดริ้วรอยก่อนวัย สารพิษในบุหรี่ยังทำให้หลอดเลือดดูดซับวิตามินเอลดลง ผิวจึงยิ่งหมองและหยาบกร้านขึ้น

 

หน้าหมองคล้ำ แก้ได้อย่างไร

ในบางครั้งเราก็หลีกเลี่ยงความคล้ำไม่ได้ เมื่อผิวเกิดความหมองคล้ำไม่สดใสทำให้เราต้องกังวลใจ ถ้าอยากหน้าใสต้องทําไง นี่คือเคล็ดลับในการดูแลผิวให้สดใสและทำได้ง่ายๆค่ะ

  1. ใช้ครีมกันแดด แสงแดดเป็นอันตรายต่อผิวของเรามาก ดังนั้นก่อนออกจากบ้านอย่าลืมทาครีมกันแดดที่ค่า SPF สูงๆ ตั้งแต่ 50 ขึ้นไป ถ้าอยู่กลางแจ้งแดดแรงๆ ควรทาซ้ำทุก3-4 ชั่วโมง แม้ในวันที่ไม่มีแดดก็ควรทาครีมกันแดดด้วยเพราะแสงจากหลอดไฟก็มีรังสี UV ทำร้ายผิวได้เหมือนกัน
  2. ใช้ครีมบำรุงผิวเป็นประจำ โดยเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่ทำให้ผิวกระจ่างใสและผลัดเซลล์ผิว เช่น AHA วิตามินซี เป็นต้น

อยากหน้าใสต้องทําไง

  1. มาร์กหน้า การมาร์กหน้าจะช่วยฟื้นฟูผิว และช่วยเติมสารอาหารเข้าไปบำรุงผิว เป็นวิธีทำให้หน้าใสอย่างเร่งด่วน แต่ไม่ควรใช้บ่อยจนเกินไป ควรมาร์กประมาณอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง ใช้เวลาประมาณ 15-30 นาที โดยแต่ละยี่ห้ออาจจะใช้ระยะเวลาไม่เท่ากันควรดูจากวิธีใช้หลังผลิตภัณฑ์เป็นหลัก
  2. อย่านอนดึกจนเกินไป ควรเข้านอนตั้งแต่ 3-4 ทุ่ม ถือเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดที่ร่างกายจะซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และควรนอนให้ได้วันละ 8 ชั่วโมง เพื่อร่างกายจะได้ไม่โทรม มีผิวพรรณที่สดใส

อยากหน้าใสต้องทําไง

  1. รับประทานผักสดและผลไม้อยู่เสมอ เพวกผักหรือผลไม้มีทั้งวิตามินมากมาย คอลลาเจน และสารต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วนทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง สดใสอย่างเป็นธรรมชาติ และควรงดพวกของมัน ของทอด น้ำอัดลม และของหวาน ด้วย
  2. ออกกำลังกาย อย่างน้อยวันละ 30 นาที หรือ สัปดาห์ละ3-4 ครั้ง เพื่อให้ผิวสุขภาพดี เลือดหมุนเวียนดีผิวจึงเปล่งปลั่ง สดใส

อยากหน้าใสต้องทําไง

  1. ล้างหน้าให้สะอาดก่อนเข้านอน โดยใช้คลีนเซอร์เช็ดคราบเครื่องสำอาง ฝุ่นละออง สิ่งสกปรกออกให้หมด และทำความสะอาดด้วยโฟมล้างหน้า หลังล้างหน้าเสร็จอาจใช้โทนเนอร์ปรับสภาพผิวอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีสิ่งสกปรกตกค้าง ทำให้หน้าเป็นสิว และหมองคล้ำได้

นอกจากวิธีที่กล่าวไปแล้วยังมีวิธีอื่นๆอีกที่ทำให้หน้าใส เวลาที่เราหาข้อมูลอยากหน้าใสต้องทําไง ก็จะมีหลากหลายวิธีเลย อย่างเช่นการใช้ครีมบำรุงผิว การรับประทานวิตามิน อาหารเสริม หรือการฉีดผิว ถ้าเลือกอาหารเสริมที่ทำให้หน้าใส ก็จะมีวิตามินซี สารสกัดจากเมล็อองุ่น กลูต้าไธโอน โคเอนไซม์คิวเทน เป็นต้น

 

แต่ถ้าหยุดกินและไม่ดูแลตัวเองผิวก็จะกลับมาหมองคล้ำได้อยู่ดี ส่วนวิธีทางการแพทย์ให้หน้าใสมีดังนี้

  1. การทำ IPL หน้าใส โดยจะใช้คลื่นแสง เพื่อลดรอยสิว กระ จุดด่างดำรวมไปถึงเส้นเลือดฝอย เส้นเลือดขอด และรอยเหี่ยวย่น
  2. เมโสหน้าใส ที่มีโฆษณาอย่างมากมายตามอินเตอร์เน็ต โดยจะใช้เข็มฉีดตัวยาอย่างเช่น วิตามินซีฉีดเข้าไปยังชั้นผิว จะส่งผลให้หน้าใสทันทีที่ฉีด แต่อาจจะเห็นผลได้ไม่นานนัก
  3. ฉีดวิตามินซี เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมาก เพราะช่วยให้ผิวขาวใส และนุ่มลื่นขึ้นอีกด้วย ราคาไม่แพงมากนักประมาณ 300-500 บาทขึ้นไป แต่ควรฉีดเป็นประจำ
  4. ทำไอออนโต ใช้กระแสไฟฟ้าช่วยผลักวิตามินให้ซึมเข้าสู่ผิว เจลวิตามินหลักๆที่ใช้จะเป็น วิตามินซี,Licoric ช่วยเรื่องความขาวใส, วิตามินเอ ใช้เวลาในการทำอย่างน้อย 30 นาที และจะเห็นผลภายใน 2-3 วัน

อยากหน้าใสต้องทําไง

การใช้เทคนิคทางการแพทย์ช่วยให้หน้าใส อาจจะเป็นวิธีที่เห็นผลเร็ว แต่มีความเสี่ยงสูงมาก และต้องกลับมาทำซ้ำเพราะผลอยู่แค่ระยะสั้น แถมมีราคาแพงอีกด้วย ดังนั้นควรพิจารณาในการเลือกคลีนิคให้ดี และต้องเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น อย่าพึ่งหมอเถื่อนราคาถูกเลยค่ะเพราะไม่คุ้มกับหน้าพังๆที่จะได้รับกลับมา ดังนั้นอยากหน้าใสต้องทําไง ต้องตอบเลยว่าวิธีการดูแลตนเองที่ถูกต้องอย่างสม่ำเสมอ ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเป็นประจำ รับประทานอาหารมีประโยชน์ จะช่วยทำให้เรามีหน้าที่กระจ่างใส มีออร่า อย่างถาวรโดยไม่ต้องเสียเงินแพงๆเลยค่ะ

วิธีทําให้หน้าใสไม่มีสิว

8 วิธีทําให้หน้าใสไม่มีสิว ง่าย ๆ ลองทำกันได้เลย

วิธีทําให้หน้าใสไม่มีสิว เคล็ดลับที่จะทำให้คุณ มีใบหน้าที่ขาวใส

หลายคนอาจกำลังประสบกับปัญหาสิว ไม่ว่าจะเป็นสิวอุดตันหรือสิวอักเสบ และถึงแม้ว่าการเป็นสิว อาจไม่ได้มีอันตรายถึงแก่ชีวิต แต่ปัญหานี้ก็อาจสร้างความหนักอกหนักใจให้กับใครหลาย ๆ คน ก็เพราะเป็นปัญหาทางจิตใจ ส่งผลลดความมั่นใจในตัวเอง บทความนี้จะขอแนะนำ 8 วิธีทําให้หน้าใสไม่มีสิว ที่สามารถปฏิบัติได้ง่าย ๆ และนำไปลองทำได้ทันที

 

1.ดูแลผิวตามขั้นตอนอย่างพิถีพิถัน

ขั้นตอนการดูแลผิว เริ่มต้นด้วยการทำความสะอาดผิวหน้าด้วยเคล็นเซอร์ (cleanser) เพื่อเช็ดเครื่องสำอาง เมคอัพ และคราบสกปรกต่าง ๆ ออก เป็นการทำความสะอาดผิวหน้าอย่างล้ำลึกมากกว่าการล้างหน้าตามปกติ จากนั้นตามด้วยการล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าที่เหมาะกับสภาพผิว มีความอ่อนโยน ไม่ก่อให้เกิดการแพ้ และไม่ควรล้างหน้าเกินกว่าวันละ 2 ครั้ง เพราะอาจทำให้ผิวแห้ง ก่อความระคายเคือง ทำให้เกิดสิวได้ ในระหว่างสัปดาห์ อาจใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิว (exfoliation) หรือสครับผิว (scrub) เพื่อกำจัดชั้นผิวที่ตายแล้ว รวมถึงสิ่งสกปรกต่าง ๆ ที่อุดตันอยู่ในรูขุมขน

วิธีทําให้หน้าใสไม่มีสิว

เมื่อล้างหน้าเสร็จแล้ว ซับหน้าให้แห้ง แล้วใช้โทนเนอร์ (tonner) เพื่อปรับสภาพผิวให้มีความเหมาะสม ช่วยคืนความเป็นกรดอ่อน ๆ ตามธรรมชาติ ช่วยเตรียมความพร้อมให้กับผิวในขั้นตอนต่อไป อีกทั้งโทนเนอร์ยังช่วยขจัดสิ่งสกปรกที่อาจตกค้างอยู่ ต่อไปจะเป็นขั้นตอนการบำรุง บางคนอาจเลือกใช้เซรั่ม (serum) ซึ่งเป็นตัวบำรุงผิวชนิดเข้มข้น แล้วตามด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ (moisturizer) หรือครีมบำรุงที่ให้ความชุ่มชื้น และสุดท้าย ก่อนการแต่งหน้าหรือลงเมคอัพ ก็อย่าลืมใช้ครีมกันแดด ซึ่งเหตุผลที่ไม่ควรละเลยครีมกันแดด ก็จะขอกล่าวในวิธีทําให้หน้าใสไม่มีสิวหัวข้อถัดไป

 

2.ทาครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิวเป็นประจำ

แสงแดดและรังสียูวี (UV) อาจไม่ได้ทำให้ผิวแลดูหมองคล้ำเพียงเท่านั้น แต่การสัมผัสกับแสงแดดเป็นระยะเวลานาน อาจทำให้ผิวหนังอักเสบ เกิดการตายของเซลล์ผิว อีกทั้งยังกระตุ้นต่อมไขมัน ให้ผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น ซึ่งจะทำให้ปัญหาสิวที่เป็นอยู่ มีความรุนแรงมากกว่าเดิม ควรเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF และค่า PA ที่เหมาะสมกับสภาพผิว ถ้าเป็นคนผิวมันมากหรือเกิดสิวได้ง่าย อาจใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดในรูปแบบสเปรย์ หรือครีมกันแดดแบบสะท้อนกลับ (physical sunscreen) ก็จะช่วยลดการอุดตันและอาการแพ้ที่อาจจะเกิดขึ้น

 

3.เปลี่ยนมาใช้เครื่องสำอางที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน

การหลีกเลี่ยงเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของน้ำมัน เช่น โคโคบัตเตอร์ (cocoa butter) และน้ำมันแร่ (mineral oil) เป็นอีกหนึ่งวิธีทําให้หน้าใสไม่มีสิวสำหรับคนที่มีผิวหน้ามัน เพราะส่วนประกอบเหล่านี้ จะมีความเหนียวเหนอะหนะ เมื่อผสมกับน้ำมันตามธรรมชาติบนผิวหน้า ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสการอุดตันในรูขุมขน อาจเปลี่ยนมาใช้เครื่องสำอางสูตรน้ำ (water based) ซึ่งมีให้เลือกตั้งแต่โฟมล้างหน้า เคล็นเซอร์ มอยส์เจอไรเซอร์ จนถึงครีมรองพื้นสูตรน้ำ หรืออาจเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบแล้วว่าไม่ก่อให้เกิดการอุดตันในรูขุมขน (non-comedogenic) ก็ได้

วิธีทําให้หน้าใสไม่มีสิว

 

4.หลีกเลี่ยงการบีบสิว และการสัมผัสกับผิวหน้าบ่อย ๆ

การบีบสิวจะทำให้เนื้อเยื่อบริเวณหัวสิวอักเสบมากขึ้น ทำให้เกิดความระคายเคือง กระตุ้นการเกิดหัวสิวใหม่ อีกทั้งหัวสิวที่อยู่ใต้ผิวอาจแตกออก ทำให้เชื้อโรคกระจายไปติดที่รูขุมขนข้างเคียง กลายเป็นสิวหัวช้าง ที่รักษาได้ยาก และมักทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้ ส่วนการสัมผัสกับผิวหน้าบ่อย ๆ อาจทำให้สิ่งสกปรกต่าง ๆ บนนิ้วมือ รวมถึงเชื้อแบคทีเรีย ตกลงไปบนผิวหน้า เกิดการติดเชื้อ และกลายเป็นสิวอักเสบในที่สุด

 

5.ทำความสะอาดอุปกรณ์แต่งหน้าอยู่เสมอ

ความสะอาดของอุปกรณ์แต่งหน้า ไม่ว่าจะเป็นฟองน้ำหรือแปรงชนิดต่าง ๆ เป็นสิ่งที่หลายคนมักจะละเลย และที่ยิ่งไปกว่านั้น บางคนอาจใช้อุปกรณ์เหล่านี้ร่วมกับผู้อื่น ทำให้ผิวหน้าได้รับความสกปรกและเชื้อโรคเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ควรทำความสะอาดแปรงและฟองน้ำ อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ด้วยการใช้สบู่อ่อน ๆ ร่วมกับน้ำอุ่น เพื่อกำจัดสิ่งสกปรกออก และถ้าเป็นไปได้ ควรเปลี่ยนฟองน้ำทุก ๆ 3 เดือน เพื่อสุขอนามัยของผิวที่ดี

วิธีทําให้หน้าใสไม่มีสิว

 

6.หมั่นดูแลความสะอาดของเส้นผม

การดูแลเส้นผมให้สะอาดอยู่เสมอ เป็นอีกหนึ่งวิธีทําให้หน้าใสไม่มีสิว เพราะน้ำมันที่หล่อเลี้ยงเส้นผมนั้น ถ้ามีปริมาณมากเกินไป ก็อาจจะไหลลงมาที่ผิวหน้า เกิดการอุดตันในรูขุมขนได้ โดยเฉพาะผิวหนังบริเวณจอนผมและบริเวณหน้าผาก ถ้าเป็นคนที่มีหนังศีรษะมัน ก็ควรสระผมบ่อย ๆ เพื่อขจัดน้ำมันส่วนเกินออกไป ควรหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับเส้นผมที่มีส่วนประกอบของน้ำมัน และพยายามเก็บผมให้เรียบร้อย อย่าให้เส้นผมมาประที่ผิวหน้า

 

7.ลดอาหารที่อาจเป็นสาเหตุของสิว

ถึงแม้ว่าช็อกโกแลตจะเป็นตัวแทนของอาหารที่ทำให้เกิดสิว แต่หลักฐานทางวิชาการในปัจจุบัน กลับพบว่ามีอาหารบางประเภท โดยเฉพาะอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลสูง (high glycemic index) เช่น น้ำตาลทราย แป้งขัดขาว ขนมปัง คอนเฟล็ก หรือน้ำหวาน กลับทำให้ปัญหาสิวมีความรุนแรงมากกว่าช็อกโกแลตเสียอีก

วิธีทําให้หน้าใสไม่มีสิว

นอกจากนี้อาหารที่ทำจากนม รวมถึงเนยและชีส ก็มีส่วนทำให้เกิดสิวได้ในบางคน ดังนั้นถ้าใครที่กำลังเป็นสิว และรักษาด้วยวิธีต่าง ๆ ไม่ได้ผล ก็อาจลองปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร เปลี่ยนจากข้าวขัดขาวมาเป็นข้าวกล้อง ลดอาหารที่มีน้ำตาลสูง เพิ่มการรับประทานผักและผลไม้ และลดอาหารที่มีส่วนประกอบจากนม

 

8.ทำจิตใจให้ผ่อนคลาย ลดความเครียด

ความเครียดและความวิตกกังวล จะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (cortisol) ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความเครียดออกมามากขึ้น ฮอร์โมนนี้จะไปกระตุ้นการทำงานของต่อมไขมัน ให้ผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น นอกจากคอร์ติซอลแล้ว ร่างกายยังหลั่งสารแห่งความเครียดอื่น ๆ อีกหลายตัว ที่อาจกระตุ้นกระบวนการอักเสบที่ผิวหนัง ถ้ารู้ตัวว่ากำลังตกอยู่ในความเครียดและความวิตกกังวล ก็อาจลองนั่งสมาธิ ออกกำลังกาย เล่นโยคะ หรือการออกไปเที่ยว ก็อาจจะช่วยลดสิวที่เกิดจากความเครียดได้

วิธีทําให้หน้าใสไม่มีสิวข้างต้น เป็นวิธีที่ง่าย ๆ สามารถนำไปประยุกต์ให้เข้ากับชีวิตประจำวันได้เลย โดยเน้นที่การรักษาความสะอาด การดูแลปรนนิบัติผิว และการขจัดปัจจัยที่ก่อให้เกิดสิว เช่น ความเครียด อาหาร รวมถึงพฤติกรรมอย่างการบีบสิว รับรองว่าถ้าเอาเคล็ดลับเหล่านี้ไปลองทำดู เพียงไม่นาน ผิวหน้าก็จะขาวใส ไร้สิว ได้อย่างแน่นอน

 

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

วิธีทําให้หน้าใสไม่มีสิว โดยไม่ต้องเข้าคลินิก ที่สาวๆควรรู้

4 วิธีทําให้หน้าใสไม่มีสิว คอนเฟิร์มว่าดีจริงแน่นอน

11 วิธีทําให้หน้าใสไม่มีสิว ที่ใครๆก็ทำได้ ตามไปอ่านกันเลย

ครีมลดริ้วรอยตัวไหนดี

9 ส่วนผสมสำคัญ ถ้ายังไม่รู้ว่าจะซื้อ ครีมลดริ้วรอยตัวไหนดี

ครีมลดริ้วรอยตัวไหนดี ถ้าจะให้ฟันธง ก็คงต้องดูจากส่วนผสมต่างๆ

อายุที่เพิ่มมากขึ้น ย่อมมาพร้อมกับริ้วรอยบนใบหน้า อีกทั้งมลภาวะ สารพิษ แสงแดด และอนุมูลอิสระที่อยู่ในสิ่งแวดล้อม ต่างก็แทรกซึมเข้ามาทำร้ายผิวกันอย่างต่อเนื่อง การใช้ผลิตภัณฑ์ลดริ้วรอยต่าง ๆ จึงเป็นคำตอบ ที่จะช่วยย้อนคืนกระบวนการเสื่อมสภาพของผิว เพื่อให้ผิวกลับมามีความเต่งตึงและเรียบเนียนดังเดิม แต่ทว่าหลายคนก็อาจยังไม่รู้ว่าจะเลือกครีมลดริ้วรอยตัวไหนดี

เราได้รวบรวม 9 ส่วนผสม ที่พิสูจน์แล้วว่าช่วยลดการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิว ช่วยย้อนคืนโครงสร้างผิว ช่วยลดริ้วรอย และทำให้ผิวแลดูกระชับมากขึ้น

 

1.โปรตีโอไกลแคน (Proteoglycan)

โปรตีโอไกลแคนเป็นสารประกอบโปรตีน (protein) และโพลีแซคคาไรด์ (polysaccharides) พบได้ในของเหลวระหว่างเซลล์ (extracellular matrix หรือ ECM) ซึ่งทำหน้าที่เหมือนกาวคอยยึดเซลล์เข้าไว้ด้วยกัน โครงสร้างของโปรตีโอไกลแคนจะพองตัวคล้ายฟองน้ำ มีคุณสมบัติอุ้มน้ำได้ถึง 1,000 เท่า จึงช่วยเติมเต็มช่องว่างระหว่างเซลล์ได้ทันที ทำให้ผิวหนังมีความเอิบอิ่ม เต่งตึง ผิวหนังดูชุ่มชื้น เรียบเนียน ริ้วรอยดูตื้นขึ้น นอกจากนี้โปรตีโอไกลแคน ยังช่วยลดอาการอักเสบ และช่วยเร่งกระบวนการแบ่งเซลล์และกระบวนการสมานแผล

ครีมลดริ้วรอยตัวไหนดี

 

2.ไฮยาลูโรนิค (Hyaluronic)

ไฮยาลูโรนิคเป็นสารที่มีโมเลกุลใหญ่ พบได้ในของเหลวระหว่างเซลล์ โดยเฉพาะในเซลล์เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน (connective tissue) และในผิวหนัง ไฮยาลูโรนิคจะช่วยย้อนคืนและเติมเต็มของเหลวระหว่างเซลล์ที่เกิดความเสียหาย เพิ่มความยืดหยุ่นและความตึงตัวของผิวหนัง (viscoelastic) ทำให้ผิวดูกระชับ ริ้วรอยดูตื้นขึ้น อีกทั้งไฮยาลูโรนิคยังมีคุณสมบัติอุ้มน้ำ จึงช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวในชั้นลึกจนถึงผิวชั้นนอก ยิ่งทำให้ผิวมีความกระชับมากขึ้น

ครีมลดริ้วรอยตัวไหนดี

 

3.สารสกัดสเต็มเซลล์จากพืช (Plant Stem Cell Extract)

ถ้ายังไม่รู้ว่าจะซื้อครีมลดริ้วรอยตัวไหนดี การเลือกครีมที่มีสารสกัดสเต็มเซลล์จากพืชเป็นส่วนประกอบ ก็เป็นทางเลือกที่ดี เพราะคุณสมบัติของสเต็มเซลล์ ที่ช่วยกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูและการเจริญใหม่ของผิว ให้กลับมาทำงานเป็นปกติ สารสกัดสเต็มเซลล์ยังช่วยให้การยึดติดระหว่างเซลล์ผิวมีความแข็งแรงขึ้น ช่วยคืนสมดุลให้กับกระบวนการสังเคราะห์เคราติน (keratogenesis) ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของของเหลวระหว่างเซลล์ และยังเร่งกระบวนการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิว ทำให้ริ้วรอยต่าง ๆ ดูลดเลือนไป

ครีมลดริ้วรอยตัวไหนดี

 

4.DMAE (Dimethylaminoethanol)

DMAE เป็นอนุพันธ์ของโคลีน (choline) เป็นสารในกลุ่มวิตามินบี ทำหน้าที่เป็นสารตั้งต้นในกระบวนการสังเคราะห์สารสื่อประสาทอาซิทิลโคลีน (acetylcholine) ที่จำเป็นต่อการทำงานของระบบประสาท และยังเกี่ยวข้องกับกระบวนการเพิ่มจำนวนและการเปลี่ยนแปลงชนิดของเซลล์ในร่างกาย จึงทำให้ DMAE ได้รับความนิยมในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางสำหรับการฟื้นฟูผิวและลดเลือนริ้วรอย มีงานวิจัยพบว่า การใช้เครื่องสำอางที่มีสาร DMAE ที่ความเข้มข้น 3% ติดต่อกันเป็นระยะเวลา 16 สัปดาห์ สามารถช่วยลดเลือนริ้วรอยบริเวณหน้าผาก ริ้วรอยบริเวณรอบดวงตา และยังทำให้ผิวที่เสื่อมสภาพไปตามวัยดูดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ครีมลดริ้วรอยตัวไหนดี

 

5.วิตามินซี (Vitamin C)

วิตามินซี หรือกรดแอสคอร์บิค (ascorbic acid) มีความจำเป็นต่อกระบวนการทางสรีรวิทยาในร่างกาย โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมในการสร้างสารสื่อประสาท และยังจำเป็นต่อกระบวนการสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นโปรตีนโครงสร้างที่สำคัญของผิวหนัง การขาดคอลลาเจน จะทำให้ผิวหนังไม่เต่งตึง แลดูหย่อนคล้อย และเกิดริ้วรอยได้ง่าย

ครีมลดริ้วรอยตัวไหนดี

นอกจากนี้ วิตามินซียังมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงประสิทธิภาพ ช่วยปกป้องเซลล์ผิวจากมลภาวะต่าง ๆ ช่วยลดเลือนจุดด่างดำ และยังช่วยฟื้นฟูผิวที่เกิดความเสียหาย จากการสัมผัสกับแสงแดดเป็นเวลานาน เห็นอย่างนี้แล้ว ถ้ามีใครถามว่าจะเลือกครีมลดริ้วรอยตัวไหนดี ครีมที่มีวิตามินซีแบบเข้มข้น (concentrated vitamin c) ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดี

 

6.เรตินอล (Retinol)

เรตินอลเป็นอนุพันธ์ของวิตามินเอ ซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อกระบวนการแบ่งเซลล์ และการเจริญเติบโตของเซลล์ ทำให้ผิวหนังชั้นนอก (epidermis) หนาตัวขึ้น ส่งผลให้ริ้วรอยและร่องลึกต่าง ๆ บนผิว แลดูตื้นขึ้นเรตินอลยังช่วยลดการสูญเสียความชุ่มชื้นผ่านผิวหนังชั้นนอก (transepidermal water loss หรือ TEWL) จึงช่วยให้ผิวหนังคงความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่น อีกทั้งยังช่วยฟื้นคืนสภาพผิวที่หยาบกร้านจากการสัมผัสกับแสงแดด

ครีมลดริ้วรอยตัวไหนดี

 

7.วิตามินอี (Vitamin E)

วิตามินอีเป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน ถูกขับออกมาพร้อมกับน้ำมันจากต่อมไขมัน มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องผิวหนังจากแสงแดด และยังช่วยลดกระบวนการเสื่อมสภาพของผิว (skin aging) ที่อาจทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควรนอกจากนี้วิตามินอียังเป็นสารให้ความชุ่มชื้น ลดความหยาบกร้านของผิว ทำให้ผิวเต่งตึง ช่วยลดริ้วรอย และยังมีฤทธิ์ลดการอักเสบ จึงใช้เป็นยารักษาภาวะผิวหนังอักเสบ (eczema) ได้

ครีมลดริ้วรอยตัวไหนดี

 

8.เซรามายด์ (Ceramides)

เซรามายด์เป็นสารที่พบอยู่ในชั้นหนังกำพร้า จำเป็นต่อกระบวนการสื่อสารระหว่างเซลล์ เกี่ยวข้องกับวงจรชีวิตของเซลล์ ทำหน้าที่เป็นกำแพงให้กับผิว ช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะและการรุกรานของแบคทีเรีย ลดการติดเชื้อ และช่วยลดการสูญเสียความชุ่มชื้น เมื่ออายุมากขึ้น ปริมาณเซรามายด์ในชั้นผิวจะลดลง ทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้น แห้งกร้าน และเกิดริ้วรอยได้ง่าย ดังนั้นถ้าใครยังเลือกไม่ได้ว่าจะใช้ครีมลดริ้วรอยตัวไหนดี ก็อาจลองเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเซรามายด์ ก็จะช่วยทำให้ผิวคงความชุ่มชื้น เรียบเนียน เต่งตึง และริ้วรอยต่าง ๆ แลดูจางลง

ครีมลดริ้วรอยตัวไหนดี

 

9.โคเอนไซม์คิวเท็น (Coenzyme Q10)

โคเอนไซม์คิวเท็น เป็นสารที่พบได้ทั่วไปในร่างกาย มีคุณสมบัติละลายในไขมัน เป็นสารวัตถุดิบที่ใช้สร้างพลังงานภายในเซลล์ และยังมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ  ปริมาณโคเอนไซม์คิวเท็นในร่างกาย จะลดลงแปรผันไปตามอายุ การเติมเต็มโคเอนไซม์คิวเท็นให้กับผิว จึงช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของผิว ลดความเสียหายของผิวทั้งจากอนุมูลอิสระ รังสียูวี และสารพิษ อีกทั้งยังช่วยลดริ้วรอยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น

ครีมลดริ้วรอยตัวไหนดี

จะเห็นว่าส่วนผสมสำคัญในครีมลดริ้วรอย ส่วนใหญ่แล้วจะมีสรรพคุณช่วยกระตุ้นและฟื้นฟูกระบวนการเจริญเติบโตของเซลล์ มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ หรือสารบางชนิดอย่างโปรตีโอไกลแคน และไฮยาลูโรนิค ก็สามารถเติมเต็มของเหลวระหว่างเซลล์ได้โดยตรง ทำให้ผิวดูเต่งตึง กระชับ ช่วยลดริ้วรอยได้อย่างรวดเร็ว

สุดท้าย การเลือกใช้ครีมลดริ้วรอย ก็ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียง ได้รับการยอมรับจากผู้ใช้ การผลิตได้มาตรฐาน ใช้สารสำคัญที่ผ่านการพิสูจน์แล้วว่าได้ผลจริง และเราก็หวังว่า ข้อมูลเหล่านี้น่าจะเป็นประโยชน์ให้กับผู้อ่าน และน่าจะช่วยตอบคำถามที่ว่า จะเลือกใช้ครีมลดริ้วรอยตัวไหนดีให้กับทุกคนที่ยังมีข้อสงสัยได้

 

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

เลือกครีมลดริ้วรอยตัวไหนดี ที่จะช่วยลดอายุของเราลงมา

ครีมลดริ้วรอยตัวไหนดี ไม่รู้จะเลือกอย่างไร มาหาคำตอบกัน

ครีมลดริ้วรอยตัวไหนดี พร้อมบอกเคล็ดลับการให้หน้าเต่งตึง

อยากรู้หรือป่าว ริ้วรอยบนใบหน้า เกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง

serum ยี่ห้อไหนดี

จะเลือก serum ยี่ห้อไหนดี ที่ทำให้ผิวสวยและเปล่งประกาย

serum ยี่ห้อไหนดี ที่ช่วยบำรุงผิวหน้า ให้กลับมาเรียบเนียนได้จริง

แสงแดด และมลภาวะที่เราต้องเจอเป็นประจำเป็นตัวการที่ทำให้ผิวของเราเกิดปัญหาต่างๆ เช่น หมองคล้ำ ริ้วรอยต่างๆ จุดด่างดำ และอีกสารพัดปัญหาที่ผิวเราต้องเจอ การจะใช้ครีมบำรุง หรือ serum ยี่ห้อไหนดี เรามีเทคนิคการเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวมาฝากกันค่ะ จะได้ไม่ต้องเสี่ยงเลือกผิดแล้วหน้าพัง จนเกิดปัญหาอื่นๆตามมาอีกค่ะ

เทคนิคดูแลผิวให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ปัจจุบัน

1.ทาครีมกันแดดทุกครั้งที่ต้องออกกลางแจ้ง เมื่อสภาพอาการเมืองไทยนั้นร้อนมาก ละเลยไม่ได้เลยที่ต้องทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง เพื่อปกป้องผิวจากรังสี UV ถ้าต้องอยู่กลางแดดนานๆควรเลือกค่า SPF ที่สูง 50+ ขึ้นไป

2.ล้างหน้าให้สะอาดหมดจด เพราะมลภาวะต่างๆรอบตัวที่เราต้องเจอ ถ้าล้างหน้าไม่สะอาดจะทำให้เกิดสิวและริ้วรอยได้ โดยก่อนนอนควรใช้คลีนซิ่งเช็ดเครื่องสำอางและคราบฝุ่นต่างๆออกก่อนและตามด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้า แต่ไม่ควรล้างหน้าบ่อยเกินไปเพราะจะทำให้ผิวแห้งตึง ควรล้างวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ก็เพียงพอแล้ว

serum ยี่ห้อไหนดี

3.ใช้โทนเนอร์เพื่อปรับสภาพผิวหลังล้างหน้า โทนเนอร์ก็มีส่วนสำคัญเหมือนกันค่ะเพราะเป็นการเตรียมผิวและจะช่วยปรับสมดุลผิว ให้เตรียมพร้อมสำหรับการบำรุงในขั้นต่อไป สิ่งสำคัญคือควรเลือกที่ปราศแอลกอฮอล์ค่ะ

4.ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเป็นประจำ นอกจาการทำความสะอาดผิวให้ดีแล้วเราควรใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเป็นประจำด้วยทั้งตอนเช้าและก่อนนอน เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ไม่ว่าจะเลือกเป็น มอยซ์เจอร์ไรเซอร์ ครีมบำรุงหรือserumยี่ห้อไหนดี อันนี้ต้องดูลักษณะผิวและปัญหาผิวที่ต้องการจะแก้ไขเป็นหลักค่ะ

5.มาร์คหน้าสม่ำเสมอ การมาร์คหน้าจะช่วยเติมเต็มสารอาหารบนผิวและเติมความชุ่มชื้นได้ดีกว่า บางสูตรยังช่วยดีท็อกซ์ผิวด้วย การมาร์คควรมาร์คเป็นประจำประมาณอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง ครั้งละ 15-20 นาที แผ่นมาร์คมีให้เลือกหลายสูตรเลือกตามความเหมาะสมและสภาพผิวของเราเป็นหลัก

6.เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ อย่างเช่นผัก ผลไม้ เพราะมีวิตามินหลากชนิดและคอลลาเจนช่วยให้ผิวเปล่งปลั่ง ควรงดอาหารจำพวก ไขมัน น้ำมัน ของทอด เพราะสามารถทำให้เกิดสิวได้

serum ยี่ห้อไหนดี

7.นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ยิ่งเป็นยุคโซเชียลแบบนี้ ก่อนนอนสาวๆหลายคนคงนอนเล่นมือถือกันจนเพลินทำให้นอนดึกกันใช่มั้ยคะ การพักผ่อนไม่เพียงพอทำให้เกิดปัญหาผิวหน้าทรุดโทรม หมองคล้ำ ขอบตาดำ ผิวไม่เปล่งประกาย ดังนั้นเราควรพักผ่อนให้เพียงพอเฉลี่ยแล้ว 8 ชั่วโมงต่อวัน และไม่ควรเข้านอนดึกจนเกินไป เข้านอนในช่วงเวลาไม่เกิน 4 ทุ่มจะดีที่สุดค่ะ

 

การเลือกครีมทาหรือเซรั่ม ผิวให้เหมาะกับตัวเอง ต้องดูจากอะไร?

ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวมีทั้งแบบครีม และ serum การจะเลือกไว้สักตัว เราควรจะเลือกครีมบำรุงหรือ serum ยี่ห้อไหนดี แต่ขั้นตอนแรกในการเลือกครีมบำรุงผิวและเซรั่มคือควรเลือกให้เหมาะกับผิวของตัวเองและดูจากความชอบของเราเป็นหลัก แล้วมีวิธีสังเกตอย่างไร ไปดูกันเลยค่ะ

1.ดูจากสภาพผิว เนื่องจากผิวของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน เราจึงต้องเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวของเราเพื่อจะได้แก้ปัญหาผิวได้อย่างตรงจุด

  • ผิวบอบบาง ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีส่วนผสมของสารเคมีที่ทำให้ระคายเคือง หรือสารเติมแต่ง อย่างเช่น น้ำหอม สีสังเคราะห์ สารกันเสีย
  • ผิวมัน ควรหลีกเลี่ยงเซรั่มที่มีส่วนผสมของน้ำมัน เพราะจะทำให้หน้ามันเหนียวเหนอหนะ เลือกอันที่มีส่วนผสมของ อนุพันธ์วิตามินซี จะช่วยยับยั้งความมันส่วนเกินได้
  • ผิวแห้ง สาวผิวแห้งเนื่องจากขาดความชุ่มชื้น จึงควรใช้มอยเจอร์ไรเซอร์เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น หรือเลือกครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของ เซราไมด์ เพื่อกักเก็บน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว

2.ดูจากส่วนผสม ในส่วนผสมของครีมบำรุงผิวที่ดีจะต้องประกอบไปด้วย น้ำ และ น้ำมันหรือออยล์ ที่ต้องสมดุลกันค่ะ จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ส่วนผสมที่เป็นน้ำ อย่างเช่น คอลลาเจน,เซราไมด์ ในส่วนผสมที่เป็นน้ำมัน อย่างเช่น โจโจ้บาออยล์,น้ำมันมะกอก เป็นต้น

serum ยี่ห้อไหนดี

3.เลือก serum ยี่ห้อไหนดี บอกเลยว่าควรใช้อันที่มีเนื้อสัมผัสบางเบา เกลี่ยง่าย ซึมซาบเร็ว เพราะ serum ที่เข้มข้น เหนียวเหนอะ และเกลี่ยยากเหมาะที่จะทาแค่บริเวณ หัวเข่า ข้อศอก หรือจุดหยาบกร้าน เท่านั้น ครีมบำรุงที่ดีควรมีเนื้อสัมผัสที่บางเบา ซึมเร็ว และเกลี่ยง่ายค่ะ

4.เลือกจากกลิ่นที่ชอบ อาจจะเป็นกลิ่นหอมอ่อนๆที่เรารู้สึกผ่อนคลาย กลิ่นหอมของครีมบำรุงบางตัวนั้นยังสามารถใช้แทนโคโลญจน์ก่อนออกจากบ้านได้เลยค่ะ แต่ต้องระวังไม่ควรใช้ที่มีส่วนผสมของน้ำหอมมากจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้ผิวระคายเคืองได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวบอบบาง  

 

เทคนิคการใช้ครีมบำรุงผิวหรือ serum เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพดีที่สุด

เมื่อเรารู้วิธีการเลือกครีมบำรุงแล้ว ขั้นตอนที่ขาดไม่ได้เลยคือวิธีการทาครีมอย่างถูกต้อง และนี่คือเคล็ดลับที่จะช่วยให้ครีมบำรุงของคุณทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นค่ะ

1.ใช้ทันทีหลังอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ ช่วงที่เพิ่งอาบน้ำและเช็ดตัวเสร็จ ผิวยังคงมีความชุ่มชื้นอยู่จึงเป็นช่วงเวลาที่จะซึมเข้าสู่ผิวได้ง่ายขึ้น และยังคงความชุ่มชื้นให้กับผิวหลังการอาบน้ำด้วย

2.ไม่ควรใช้โลชั่นสำหรับผิวกายกับใบหน้า เนื่องจากผิวหน้านั้นมีความบอบบางมากกว่าอาจจะทำให้เกิดปัญหาผิวตามมาได้ และผิวกายต้องการการบำรุงที่แตกต่างจากผิวหน้า จึงไม่ควรนำโลชั่นสำหรับทาผิวกายมาใช้กับใบหน้าค่ะ ยกเว้นที่ฉลากของผลิตภัณฑ์เขียนระบุเอาไว้อย่างชัดแจนว่าสามารถใช้ได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย

3.เรียงลำดับขั้นตอนการบำรุง ลำดับก่อน-หลังของผลิตภัณฑ์นั้นสำคัญมากค่ะ ผลิตภัณฑ์ที่เป็นเนื้อ serum ควรลงก่อนเนื้อครีม และตามด้วยครีมกันแดดในขั้นตอนสุดท้าย หรือดูจากความเข้มข้นของเนื้อผลิตภัณฑ์ เรียงจากเข้มข้นน้อยไปหาเข้มข้นมาก เพราะถ้าลงครีมที่มีเนื้อเข้มข้นมากก่อนจะไปปิดกั้นการดูดซึมของผลิตภัณฑ์อื่นทำให้การบำรุงไม่เห็นผลค่ะ

serum ยี่ห้อไหนดี

ทั้งหมดนี้เป็นเคล็ดลับการเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวให้สวย ใส เปล่งประกาย โดยที่ไม่ต้องสงสัยกันอีกต่อไปว่าควรเลือกครีมบำรุง หรือ serum ยี่ห้อไหนดี เพียงแค่นำวิธีการเหล่านี้ไปใช้รับรองว่าการตัดสินใจเลือกจะง่ายขึ้นเยอะเลยค่ะ

 

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

How to เลือก serum ยี่ห้อไหนดี ที่ใช้แล้วผิวจะขาวกระจ่างใส

ถ้าอยากจะรู้ว่า serum ยี่ห้อไหนดี ให้ดูที่ส่วนผสมเป็นหลัก

serum ยี่ห้อไหนดี เทคนิคเลือกใช้เพื่อผิวกระจ่างใส

สาเหตุรูขุมขนกว้าง

มารู้จักกับ 5 สาเหตุรูขุมขนกว้าง พร้อมวิธีแก้ปัญหาเหล่านี้

สาเหตุรูขุมขนกว้าง เกิดได้ขึ้นจากอะไรบ้าง

รูขุมขนกว้าง ถือได้ว่าเป็นปัญหาผิวที่สำคัญ เกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย และเป็นอีกหนึ่งปัญหาผิวที่แก้ได้ยาก แต่ถ้าเราได้รู้ว่า สาเหตุรูขุมขนกว้าง มีอะไรบ้าง การจัดการแก้ไขตามสาเหตุ ก็น่าจะช่วยให้เราหาทางออกจากปัญหานี้ได้ง่ายขึ้น

ทำความรู้จักกับรูขุมขน

รูขุมขน (pores) เป็นรูเปิดขนาดเล็กที่อยู่บนผิวหนัง ทำหน้าที่เป็นทางผ่านของเหงื่อและน้ำมัน ที่ถูกผลิตจากต่อมเหงื่อและต่อมไขมันที่อยู่ภายใน รูขุมขนจะกระจายอยู่ทั่วไปตามผิวหนังทุกส่วน แต่จะพบได้มากที่บริเวณผิวหน้า หลัง และหน้าอก น้ำมันจากต่อมไขมัน จะช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้น ไม่แห้งแตก และมีความเป็นกรดอ่อน ๆ ซึ่งจะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เข้ามารุกรานผิว ส่วนเหงื่อถือเป็นกลไกระบายความร้อน และยังช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย ปกติแล้ว รูขุมขนจะมีขนาดเล็ก จนอาจไม่สังเกตเห็น แต่ก็อาจมีสาเหตุบางประการ ที่ทำให้ให้รูขุมขนมีขนาดใหญ่ขึ้น จนสังเกตเห็นได้ชัด ทำให้เกิดผลกระทบทั้งกับสุขภาพผิวและความมั่นใจในตัวเอง

สาเหตุรูขุมขนกว้าง

 

สาเหตุที่ทำเกิดรูขุมขนกว้าง 5 ประการ

 

ประการที่ 1 พันธุกรรม

พันธุกรรม (genetics) ถือว่าเป็นปัจจัยภายใน และเป็นสาเหตุหลักของปัญหารูขุมขนกว้าง ใครที่มีคนในครอบครัวมีปัญหารูขุมขนกว้าง ก็มักจะประสบกับปัญหานี้ด้วยเช่นกัน ถึงแม้ว่าการแก้ไขพันธุกรรมที่ทำให้รูขุมขนกว้างจะเป็นไปไม่ได้ แต่การดูแลปรนนิบัติผิว และการจัดการกับสาเหตุอื่น ๆ ที่จะกล่าวต่อไป ก็จะช่วยทุเลาปัญหานี้ได้

สาเหตุรูขุมขนกว้าง

 

ประการที่ 2 ฮอร์โมน

ฮอร์โมนที่เป็นสาเหตุรูขุมขนกว้าง คือ ฮอร์โมนแอนโดรเจน (androgens) ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชาย แต่ก็สามารถพบได้ในผู้หญิง เพียงแต่ในผู้หญิงจะมีปริมาณฮอร์โมนชนิดนี้ต่ำกว่าเท่านั้นเอง ฮอร์โมนแอนโดรเจน จะกระตุ้นการเจริญเติบโตของต่อมไขมัน ทำให้ต่อมไขมันมีขนาดใหญ่ขึ้น มีการผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น และส่งผลให้รูขุมขนแลดูกว้างขึ้นอีกด้วย และด้วยฮอร์โมนชนิดนี้เป็นฮอร์โมนเพศชาย จึงทำให้ผู้ชายมักมีรูขุมขนกว้างกว่าผู้หญิง และถ้าเป็นคนที่มีผิวมันด้วยแล้ว ก็จะยิ่งทำให้ปัญหารูขุมขนกว้างทวีความรุนแรงมากขึ้น

นอกจากนี้ ในผู้หญิงที่อยู่ในระหว่างการตั้งครรภ์ ช่วงมีประจำเดือน หรือช่วงเข้าสู่วัยทอง ซึ่งเป็นช่วงที่ฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลง ก็อาจทำให้มีปัญหารูขุมขนกว้างได้การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรดวิตามินเอ (retinols) จะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของต่อมไขมันจากฮอร์โมน ช่วยลดความมันบนผิว ทำให้ผิวเรียบเนียน กระชับ และรูขุมขนดูเล็กลง

 

ประการที่ 3 การอุดตันในรูขุมขน

การอุดตันในรูขุมขน ไม่จำกัดเฉพาะกับคนที่มีผิวมันเท่านั้น แต่อาจเกิดขึ้นได้กับคนที่รักษาความสะอาดผิวหน้าไม่ดี โดยเฉพาะกับคนที่ต้องแต่งหน้าเป็นประจำ สิ่งที่อุดตันในรูขุมขน จะเป็นน้ำมันส่วนเกิน เศษขี้ไคลหรือเคราติน (keratin) ฝุ่นละออง รวมถึงสิ่งตกค้างจากเครื่องสำอาง เมื่อเกิดการอุดตันในรูขุมขน จะทำให้รูขุมขนมีขนาดกว้างขึ้น การอุดตันไม่เพียงแต่ทำให้รูขุมขนกว้างเท่านั้น แต่ยังเป็นสาเหตุหลักของปัญหาสิว ทั้งสิวอุดตันและสิวอักเสบ

สาเหตุรูขุมขนกว้าง

การทำความสะอาดผิวหน้าอย่างถูกต้อง จะช่วยขจัดและลดการสะสมสิ่งสกปรกต่าง ๆ ได้ ควรเลือกโฟมล้างหน้าที่เหมาะกับสภาพผิว และเพื่อการทำความสะอาดอย่างล้ำลึก อาจใช้เคล็นเซอร์ (cleanser) เช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางก่อนล้างหน้า รวมถึงการใช้ผลิตภัณฑ์ขัดหรือสครับผิวหน้า (exfoliation) สัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้ง ก็จะช่วยขจัดสิ่งอุดตันต่าง ๆ ในรูขุมขนออกไป ทำให้รูขุมขนแลดูเล็กลง ผิวหน้าดูเรียบเนียนมากขึ้น

 

ประการที่ 4 การสัมผัสกับแสงแดดเป็นเวลานาน

แสงแดดและรังสียูวี (UV) เป็นศัตรูตัวร้ายของผิว นอกจากจะทำให้ผิวหมองคล้ำ ไม่กระจ่างใสแล้ว แสงแดดยังทำให้เกิดอนุมูลอิสระต่าง ๆ ที่ทำให้โครงสร้างของคอลลาเจน (collagen) และอีลาสติน (elastin) ถูกทำลาย ทำให้ผิวไม่ยืดหยุ่น ไม่กระชับ เกิดริ้วรอยก่อนวัย และส่งผลให้รูขุมขนดูกว้างขึ้น อีกทั้งการสัมผัสกับแสงแดดจัดเป็นเวลานาน จะทำให้ผิวหนังมีการปรับตัว เซลล์ผิวหนังหนาตัวขึ้น ต่อมเหงื่อในรูขุมขนขยายตัว ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสาเหตุรูขุมขนกว้างทั้งสิ้น

การป้องกันผิวจากแสงแดดและรังสียูวี ด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด ที่มีค่า SPF และค่า PA ที่เหมาะสม ก็จะช่วยลดความเสียหายของผิวที่เกิดจากแสงแดดได้ ช่วยลดปัญหาต่าง ๆ ทั้งปัญหาผิวหมองคล้ำ ริ้วรอยก่อยวัย และปัญหารูขุมขนกว้าง นอกจากนี้การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของวิตามินซี (vitamin c) จะช่วยสร้างและเติมคอลลาเจนให้กับผิว ส่วนผลิตภัณฑ์ที่มีสารโปรตีโอไกลแคน (proteoglycans) ที่สกัดได้จากถั่วเหลือง ก็จะช่วยฟื้นฟูและบำรุงผิวที่ถูกทำลายจากแสงแดด ให้กลับมามีสุขภาพดีดังเดิม

 

ประการที่ 5 กระบวนการเสื่อมสภาพของผิว

การเสื่อมสภาพของผิว (aging process) อาจเกิดขึ้นตามธรรมชาติเมื่ออายุมากขึ้น หรืออาจขึ้นจากปัจจัยภายนอก เช่น สารเคมี สารพิษ ควันบุหรี่ แสงแดด และอนุมูลอิสระ สิ่งเหล่านี้จะทำให้เกิดความเครียด (oxidative stress) ต่อผิว ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับเซลล์

ความเครียดที่เกิดกับผิว จะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างของเส้นใยคอลลาเจนและเส้นใยอีลาสติน เมื่อโครงสร้างของโปรตีนทั้งสองเสียไป ก็จะทำให้ผิวหนังขาดความกระชับ ขาดความเต่งตึง เกิดริ้วรอยต่าง ๆ และยังเป็นสาเหตุรูขุมขนกว้างที่สำคัญอีกด้วย

การออกกำลังกายเป็นประจำ การทานผักและผลไม้ ดื่มน้ำสะอาด หยุดสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงการได้รับสารพิษ การปกป้องผิวจากแสงแดดหรือมลภาวะต่าง ๆ ร่วมกับการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรดวิตามินเอ (retinols) ไฮยาลูโรนิค (hyaluronic) วิตามินซี (vitamin c) วิตามินอี (vitamin e) สารสกัดจากสเต็มเซลล์ (stem cell extract) รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidants) ก็จะช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของผิว และช่วยลดปัญหารูขุมขนกว้างได้

สาเหตุรูขุมขนกว้าง

ถึงแม้ว่าปัญหารูขุมขนกว้าง อาจมีสาเหตุหลักมาจากพันธุกรรม ซึ่งไม่อาจแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงได้  แต่ก็ยังมีสาเหตุรูขุมขนกว้างอื่น ๆ ที่เราสามารถจัดการได้ ไม่ว่าจะเป็น ฮอร์โมน สิ่งสกปรกอุดตัน แสงแดด และอนุมูลอิสระ การจัดการและขจัดปัจจัยข้างต้น รวมถึงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสม ที่คิดค้นมาเพื่อแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ ก็จะช่วยให้รูขุมขนกลับมากระชับแลดูเล็กลง

 

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

รวมสาเหตุรูขุมขนกว้าง ที่เป็นคำถามคาใจใครหลายๆคน

สาเหตุรูขุมขนกว้าง ที่คนเรามักไม่รู้ตัว ว่าพฤติกรรมที่ทำอยู่เป็นสาเหตุ

สาเหตุรูขุมขนกว้าง พร้อมวิธีการรักษา ให้ใบหน้ากระชับ

 

เซรั่มวิตามินซี

เซรั่มวิตามินซี ช่วยบำรุงผิวหน้า ให้ขาวใสอย่างมีออร่า

เซรั่มวิตามินซี ไอเทมยอดนิยม ที่ใครหลายๆคนต่างก็เลือกใช้

ผิวหน้าที่สวยขาวใส คือเสน่หบนผิวหน้าที่ทำให้คุณสาว ๆ แลดูสวยสะดุดตาตั้งแต่แรก พบ และเชื่อว่าผู้หญิงส่วนใหญ่มีเคล็ดลับในการบำรุงดูแลผิวพรรณของตนเองอยู่แล้ว การเลือกใช้ เซรั่มวิตามินซี ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ช่วยให้คุณสาว ๆ มีผิวหน้าที่สวยขาวใสน่าหลงไหล แต่จะเลือกอย่างไรให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ดีมีคุณภาพ ใช้แล้วเห็นผลได้อย่างรวดเร็ว บทความนี้มีคำตอบ

 

เซรั่มบำรุงผิว คืออะไร

เซรั่มบำรุงผิว เป็นผลิตภัณฑ์ดูแลผิวชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยม ใช้แล้วช่วยให้ผิวสวยใสอย่างเห็นผล เพราะมีส่วนประกอบของสารต้านอนุมูลอิสระ กรด และวิตามินต่าง ๆ มีความเข้มข้นของสารออกฤทธิ์ (Active Ingredients) มากกว่าผลิตภัณฑ์บำรุงผิวแบบอื่น แต่มีเนื้อสัมผัสที่บางเบา และมีโมเลกุลขนาดเล็กทำให้เซรั่มสามารถซึมเข้าถึงผิวชั้นในอย่างล้ำลึก ใช้แล้วไม่รู้สึกเหนียวเหนอะหนะ ไม่ก่อความมันส่วนเกินบนใบหน้า ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญทำให้เกิดสิวอุดตันได้ง่าย

เซรั่มวิตามินซี

ในส่วนของเซรั่มที่คุณสาว ๆ เลือกใช้บำรุงดูแลผิวพรรณนั้น มีอยู่มากมายหลากหลายชนิด โดยคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดก็จะแตกต่างกันไปตามคุณสมบัติของสารสกัดที่ใช้เป็นส่วนผสม เช่น ช่วยให้ผิวชุ่มชื่นแลดูยืดหยุ่นและอุ้มน้ำได้ดีขึ้น เป็นคุณสมบัติที่ได้จากสารสกัดและส่วนประกอบของคอลลาเจนจากปลาทะเลน้ำลึก หรือช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวหน้ากระชับและยืดหยุ่น เป็นคุณสมบัติของส่วนผสมจากสารสกัดว่านหางจระเข้ เป็นต้น

 

ทำไมต้องเป็น เซรั่มวิตามินซี

เซรั่ม เป็นผลิตภัณฑ์บำรุงดูแลผิวที่มีส่วนประกอบจากสารสกัดต่าง ๆที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพผิว แต่สารสกัดที่เป็นส่วนประกอบหลักของเซรั่มก็คือวิตามินซี หากถามว่าทำไมต้องใช้หรือต้องเป็น เซรั่มวิตามินซี เพราะมีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว เป็นสาร ต่อต้านอนุมูลอิสระช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกายจากการถูกทำลาย ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ

การที่คุณสาว ๆ ต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีส่วนผสมของวิตามินซี เพราะวิตามินซีสามารถละลายในน้ำได้ เมื่อร่างกายได้รับวิตามินซีก็จะถูกกำจัดออกทางปัสสาวะ และทางเหงื่อ หรือหากร่างกายได้รับวิตามินซีมากเกินไปร่างกายก็จะขับออกมาได้เอง เมื่อร่างกายของคนเราไม่สามารถสร้างวิตามินซีได้  การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงดูแลผิวที่มีส่วนประกอบของวิตามินซี จึงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นสำหรับผู้หญิงและคนที่มีปัญหาผิวพรรณ

เซรั่มวิตามินซี

 

ประโยชน์ของวิตามินซีที่มีอยู่ในเซรั่ม

1.วิตามินซี มีสรรพคุณช่วยยซ่อมแซมเนื้อเยื้อทุกส่วนในร่างกาย สาว ๆ ที่มีริ้วรอยจุดด่างดำ หรือรอยแผลเป็นจากสิว การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงที่ส่วนผสมของวิตามินซีเป็นประจำ ช่วยขจัดริ้วรอยและทำให้ผิวเรียบเนียนและเปล่งปลั่งสดใสมากขึ้น

2.วิตามินซี มีคุณสมบัติในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว เมื่อใช้เซรั่มวิตามินซี บำรุงผิวเป็นประจำและใช้อย่างต่อเนื่อง จะทำให้ผิวพรรณเต่งตึง ช่วยให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่นไม่เกิดริ้วรอยที่ไม่พึงประสงค์ได้ง่าย

3.วิตามินซี มีคุณสมบัติช่วยลดริ้วก่อนวัยได้เป็นอย่างดี เพราะอุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ

ช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกายไม่ให้ถูกถูกทำลาย ทำให้ผิวหน้าของคุณสาว ๆ สวยใสอย่างมีออร่าและดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ

4.วิตามินซี ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด เพราะรังสียูวีเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวคล้ำเสีย การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ส่วนผสมของวิตามินซี จะช่วยฟื้นฟู ทำให้ผิวที่แห้งเสียจากแดด กลับมาแข็งแรงได้อย่างรวดเร็ว ช่วยให้ผิวที่ดำคล้ำกลับมาสวยใสอย่างเป็นธรรมชาติ

5.วิตามินซี นอกจากมีคุณสมบัติในการบำรุงดูแลผิวแล้ว ยังมีส่วนช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย โดยเฉพาะคนที่แพ้อาการและเป็นหวัดบ่อย ๆ การทานวิตามินซีจะช่วยให้หายจากหวัดได้เร็วขึ้น

เซรั่มวิตามินซี

 

เซรั่มที่ผสมวิตามินซี แตกต่างจากครีมบำรุงอย่างไร

1.เซรั่มวิตามินซี เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติในการแก้ปัญหาผิวที่อยู่ลึกกว่าชั้นหนังกำพร้า และริ้วรอยลึก ความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์แต่ให้เนื้อสัมผัสที่บางเบา และมีโมเลกุลขนาดเล็กทำให้เซรั่มสามารถซึมเข้าถึงผิวชั้นในอย่างล้ำลึกมากกว่าครีมบำรุง ทำให้แก้ปัญหาผิวพรรณและขจัดริ้วรอยได้อย่างเห็นผลลัพธ์

2.การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงประเภทเซรั่ม ช่วยดูแลและแก้ปัญหาผิวพรรณได้อย่างเห็นผล และเห็นผลได้เร็วกว่าครีมบำรุง เพราะมีเนื้อสัมผัสบางเบา ซึมซาบ ช่วยให้ส่วนผสมออกฤทธิ์ต่อผิวได้เต็มที่

3.เซรั่ม เป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีเนื้อบางเบาซึมได้เร็วกว่า แตกต่างจากครีมบำรุงผิว และใช้แล้วไม่รู้สึกเหนียวเหนอะหนะเหมือนครีมบำรุงบางชนิด

4. เซรั่ม เป็นผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ซึมเข้าสู่ผิวชั้นในได้รวดเร็ว แต่ไม่สามารถให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวได้ดีเท่ากับครีมบำรุง

5.เซรั่ม เป็นผลิตภัณฑ์บำรุงที่มี Active Ingredients สูงกว่าครีม ทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลงของผิวอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับการใช้ครีม

 

การทาเซรั่มที่มีส่วนผสมของวิตามินซี อย่างถูกวิธี

เซรั่มวิตามินซี เป็นผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีเนื้อสัมผัสบางเบาเพื่อให้ซึมซาบและให้ส่วนผสมออกฤทธิ์แก่ผิวได้เต็มที่ การใช้อย่างถูกวิธีจึงมีส่วนช่วยขจัดริ้วรอยหรือแกไขปัญหาผิวพรรณให้เห็นผลได้อย่างรวดเร็ว สำหรับการใช้มีขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้

1.ล้างทำความสะอาดผิวหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิวให้เรียบร้อย เพื่อให้การทาเซรั่มเห็นผลรวดเร็วยิ่งยิ่งขึ้น ควรล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นจะช่วยให้รูขุมขนเปิดทำให้ผลิตภัณฑ์ซึมเข้าสู่ชั้นผิวหนังได้อย่างรวดเร็ว

2.ควรใช้เซรั่มในปริมาณเท่าๆ เหรียญบาทเพราะมีความเข้มข้นมาก จากนั้นทาลงบริเวณผิวหน้า และนวดลงไปบริเวณผิวหน้า และลำคอใช้เวลาประมาณ 1 นาที เนื้อเซรั่มจะเกลี่ยให้เรียบเนียนได้ง่าย

3.การทาเซรั่ม ควรทาวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น หลังจากการล้างหน้าหรือหลังจากเช็ดผิวหน้าด้วยโทนเนอร์แล้ว

4.เพื่อขจัดริ้วรอยและช่วยให้การบำรุงดูแลผิวพรรณได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใช้ครีมบำรุงระหว่างวันและปกป้องผิวด้วยการทาครีมกันแดดควบคู่ไปกับการทาเซรั่ม

เซรั่มวิตามินซี

 

ลำดับการใช้เซรั่มและครีมบำรุง

สาว ๆ หลายคนนอกจากใช้เซรั่มวิตามินซี ดูแลผิวพรรณเป็นประจำแล้ว ยังใช้ผลิตภัณฑ์หลายชนิดพร้อมกัน ทั้งผลิตบำรุงดูแลผิว ปกป้องผิว และผลิตภัณฑ์เพื่อการรักษา ลำดับการใช้ที่ถูกต้อง มี ดังนี้

1.เริ่มจากขั้นตอนการทำความสะอาดผิวด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน

2.จากนั้นเช็ดผิวหน้าด้วยโทนเนอร์

3.ตามด้วยขั้นตอนการทาเซรั่มเพื่อบำรุงผิววันละ 2 ครั้ง โดยทาช่วงเช้าและช่วงเย็นอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใสอย่างเห็นผล

4.หากมีปัญหาริ้วรอยและต้องใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อฟื้นฟูสภาพผิว ให้เลือกทาผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อครีมบางเบาก่อนในขั้นแรก

5.กรณีผลิตภัณฑ์เพื่อฟื้นฟูสภาพผิวมีเนื้อครีมเข้มข้น ให้ทาเป็นลำดับต่อไปหลังจากทาครีมที่มีเนื้อบางเบาเรียบร้อยแล้ว

6.ขั้นตอนสุดท้ายเป็นทาครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิว

7.ต่อไปเป็นขั้นตอนการทารองพื้นสำหรับคนที่ชอบการแต่งหน้า

8.สำหรับสาวๆ ที่ต้องแต่งหน้าไปทำงานทุกวัน อาจเลือกใช้ครีมรองพื้นผสมครีมกันแดด เพื่อลดขั้นตอนการใช้ผลิตภัณฑ์

9.จากนั้นก็ถึงขั้นตอนการแต่งหน้าตามปกติ

เซรั่มวิตามินซี

การบำรุงดูแลผิวหน้าให้สวยใสปราศจากริ้วรอย เป็นสิ่งที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ให้ความสำคัญอยู่แล้ว แต่การบำรุงดูแลให้เห็นผลได้อย่างรวดเร็ว นอกจากการทา เซรั่มวิตามินซี เช้าเย็นเป็นประจำแล้ว ควรดูแลผิวด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว ครีมบำรุง และปกป้องผิวด้วยครีมกันแดด ผลิตภัณฑ์ฟื้นฟูหรือรักษาสภาพผิว เช่น ปัญหาสิว ฝ้า กระ และริ้วรอยที่ไม่พึงประสงค์ ควบคู่กันไป รวมทั้งบำรุงดูแลสุขภาพด้วยการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวัน 8-10 แก้ว เพียงเท่านี้ก็ทำให้คุณสาว ๆสวยอย่างมีสุขภาพดี ได้แล้ว

 

เซรั่มบำรุงผิวหน้า

รอบรู้เรื่องสารสกัด ส่วนผสมที่มีอยู่ใน เซรั่มบำรุงผิวหน้า

เซรั่มบำรุงผิวหน้า โดยส่วนใหญ่แล้ว มีส่วนผสมอะไรอยู่ในนั้นบ้าง

การดูแลผิวพรรณให้สวยขาวใสไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยากของผู้หญิงในยุคนี้ ไม่ว่าจะผิวขาวสวย ผิวขาวอย่างมีออร่า หรือผิวขาวกระจ่าง ใส เพียงตอบโจทย์ความต้องการของตัวเองให้ได้ ก็สามารถเลือกซื้อ เซรั่มบำรุงผิวหน้า ที่มีสารสกัดหลายชนิดเป็นสูตรส่วนผสมให้เราได้เลือกใช้มากมาย ส่วนสารสกัดแต่ละสูตรมีข้อดีข้อด้อยในการบำรุงดูแลผิวแตกต่างกันอย่างไร บทความนี้มีความรู้เกี่ยวกับสารสกัดในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวมาแนะนำ

 

สารสกัดที่นิยมใช้เป็นส่วนผสมในเซรั่ม

เซรั่ม เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยบำรุงใบหน้าให้กระจ่างใส ลดเลือนริ้วรอยและช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวหน้ากระชับ กำจัดริ้วรอยก่อนวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะมีเนื้อสัมผัสที่บางเบา และมีโมเลกุลขนาดเล็กทำให้เซรั่มสามารถซึมเข้าถึงผิวชั้นในอย่างล้ำลึก ทำให้เห็นผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนั้นยังเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงดูแลผิวที่สามารถนำสารสกัดจากธรรมชาติทั้งพืชผัก ผลไม้ และสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพผิว มาเป็นสูตรส่วนผสมได้หลากหลายชนิด โดยสารสกัดจากธรรมชาติที่นิยมนำมาเป็นส่วนผสมในเซรั่มบำรุงผิวหน้า  ได้แก่

 

1.วิตามินซี

วิตามินซี เป็นสารสกัดที่ใช้เป็นส่วนผสมหลักในเซรั่ม รวมทั้งผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามต่าง ๆ มากมายหลายชนิดและหลายประเภท เพราะมีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกายจากการถูกทำลาย ช่วยลดริ้วก่อนวัย ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ

สารสกัดใน เซรั่มบำรุงผิวหน้า

แหล่งของวิตามินซี จะพบมากในผักและผลไม้ ผักที่พบว่าเป็นแหล่งวิตามินซี ได้แก่ พริกหวาน ผักกาดขาว กระหล่ำปลี และผักที่มีสีเขียวเข้ม เช่น ผักคะน้า หรือผักโขม ส่วนผลไม้ที่พบว่าเป็นแหล่งวิตามินซี ได้แก่ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น แอปเปิ้ล สตรอว์เบอร์รี่ มะนาว ส้มโอ สับปะรด มะเขือเทศ และฝรั่ง เป็นต้น

 

2.สารสกัดจากดอกบัวและเมล็ดบัว

เซรั่มที่ช่วยบำรุงผิวหน้าให้กระจ่างใส นอกจากมีส่วนผสมของวิตามินซีเป็นส่วนประกอบหลักแล้ว สารสกัดจากดอกบัวและเมล็ดบัวก็นิยมนำเป็นส่วนผสมเพื่อช่วยเติมความชุ่มชื้นอย่างล้ำลึกให้แก่ผิว เพราะอุดมไปด้วยคุณค่าของไฮยาลูรอน และแดนดิไลออน ที่มีคุณสมบัติช่วยลดเลือนริ้วรอย ทำให้ผิวเนียนนุ่มกระจ่างใส ช่วยแก้ปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอได้เป็นอย่างดี

สารสกัดใน เซรั่มบำรุงผิวหน้า

 

3.สารสกัดจากดอกสายน้ำผึ้ง

เซรั่มบำรุงผิวหน้า ที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากดอกสายน้ำผึ้ง เป็นการเพิ่มคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ที่นอกจากช่วยให้ผิวขาวเปล่งปลั่งอย่างเป็นธรรมชาติ ผิวมีความยืดหยุ่นไม่เกิดริ้วรอยที่ไม่พึงประสงค์ได้ง่าย สารสกัดจากดอกสายน้ำผึ้งยังมีสรรพคุณในการรักษาผิวหนังทำให้ผิวแข็งแรง และช่วยปรับสมดุลทำให้ผิวเนียนสวยอย่างมีออร่า

สารสกัดใน เซรั่มบำรุงผิวหน้า

 

4.สารสกัดจากขมิ้น 

สารสกัดจากขมิ้นมีสรรพคุณเป็นที่ยอมรับว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพและงามในหลาย ๆ ด้าน นอกจากใช้เป็นส่วนผสมในเซรั่มเพื่อบำรุงผิวขาวแล้ว ยังต้านเชื้อแบคทีเรีย ต้านการอักเสบของผิว ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดริ้วรอยและสร้างความชุ่มชื้นแก่ผิว ทำให้ผิวเนียนนุ่มไม่แห้งกร้าน

สารสกัดใน เซรั่มบำรุงผิวหน้า

สารสกัดจากขมิ้น ยังสามารถนำไปเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์บำรุงดูแลผิวได้หลากหลายประเภท เช่น ครีม โลชั่น ผลิตภัณฑ์สำหรับขัดผิว ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้ารวมถึงใช้เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์อาหารเสริม เพื่อแก้ปัญหาแบคทีเรียในช่องท้อง นอกจากนั้นสารสกัดจากขมิ้นชันยังเป็นสมุนไพรที่คนรักสุขภาพผิวใช้เป็นส่วนผสมในสูตรต่าง ๆ เพื่อบำรุงดูผิวพรรณด้วยวิธีธรรมชาติอีกด้วย

 

5.สารสกัดจากชะเอมเทศ

สารสกัดจากชะเอมเทศ เป็นสมุนไพรจากธรรมชาติอีกชนิดหนึ่งที่นิยมนำมาเป็นส่วนผสมในเซรั่มบำรุงผิวหน้า เพราะมีคุณสมบัติที่สามารถลดรอยแดงและจำนวนเม็ดสีผิวได้ เมื่อนำมาเป็นส่วนผสมในเซรั่ม ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีเนื้อสัมผัสบางเบาและมีโมเลกุลขนาดเล็ก จึงทำให้ผิวขาวกระจ่างใสอย่างเห็นผลลัพธ์ และสารสกัดจากชะเอมเทศยังสามารถยังยั้งเอนไซม์ ที่เป็นสาเหตุของการเกิด กระ ฝ้า จุดด่างดำ และรอยแผลเป็นบนใบหน้า และด้วยสรรพคูณที่หลากหลายทำให้เซรั่มจากสารสกัดชะเอมเทศ เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีราคาแพงตามไปด้วย

สารสกัดใน เซรั่มบำรุงผิวหน้า

 

6.สารสกัดว่านหางจระเข้

ว่านหางจระเข้ เป็นพืชสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและความงาม สารสกัดจากว่านหางจระเข้ นอกจากใช้เป็นส่วนผสมในเซรั่มเพื่อผิวขาวแล้ว ยังนำไปเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางหลากหลายชนิด เช่น ผลิตภัณฑ์บำรุงดูแลผิว เวชสำอาง ครีมกันแดด และเครื่องสำอางต่าง ๆ

สารสกัดใน เซรั่มบำรุงผิวหน้า

สรรพคุณของว่านหางจระเข้ จะมีสารไกลโคโปรตีน โพลีแซคคาไรด์  มีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ช่วยปรับสภาพผิว ลดอาการแพ้ระคายเคืองโดยเฉพาะผิวที่ไหม้เกรียมแดด ปกป้องผิวจากรังสี UV ช่วยกระชับรูขุมขน บำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

7.สารสกัดจากใบบัวบก

ใบบัวบก เป็นอีกหนึ่งสมุนไพรเพื่อความงาม ที่มีการนำสารสกัดมาเป็นส่วนผสมในเซรั่มบำรุงผิวหน้า เพราะนอกจากอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระยังพบว่าสารไตรเตอร์ปินอยด์ ในใบบัวบกมีคุณสมบัติช่วยสมานแผลและป้องกันการเกิดแผลเป็นได้ และยังยับยั้งการเกิดริ้วรอยแห่งวัย ช่วยให้ผิวพรรณนุ่มชุ่มชื้น ดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ

สารสกัดใน เซรั่มบำรุงผิวหน้า

 

8.น้ำผึ้ง

น้ำผึ้ง คือผลผลิตที่ได้จากน้ำหวานของดอกไม้ โดยผ่านขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพแล้วนำมาสะสมไว้ในรังผึ้ง ส่วนคุณประโยชน์ของน้ำผึ้งนั้นมีมากมาย นอกจากใช้เป็นส่วนผสมในเซรั่มเพื่อดูแลผิวสวย ยังใช้เป็นส่วนประกอบของเครื่องสำอาง ใช้พอกหน้าทำให้ผิวหน้าชุ่มชื้น และยังมีสรรพคุณในการช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV ช่วยเสริมสร้างเซลล์ผิวหนัง น้ำผึ้งจึงสารจากธรรมชาติที่นิยมนำไปเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางและครีมบำรุงหลากหลายชนิด

สารสกัดใน เซรั่มบำรุงผิวหน้า

 

9.สารสกัดจากมะเขือเทศ

มะเขือเทศ เป็นได้ทั้งผักผลไม้ใช้ประกอบอาหารและนิยมทานบำรุงผิว จะทานเป็นผักหรือปั่นเป็นน้ำผลไม้ดื่มบำรุงผิวก็ได้รับความนิยม สารสกัดจากมะเขือเทศใช้เป็นส่วนผสมในเซรั่มบำรุงผิวหน้าเพื่อดูแลผิวให้ขาวใสแล้ว ยังใช้เป็นส่วนประกอบในเครื่องสำอางหรือเวชสำอางและผลิตภัณฑ์อื่น ๆอีกหลายชนิด

สารสกัดใน เซรั่มบำรุงผิวหน้า

สรรพคุณของมะเขือเทศ มีประโยชน์โดยตรงต่อการบำรุงดูแลผิวพรรณ เช่น สามารถช่วยควบคุมความมัน ช่วยกระชับรูขุมขนให้เล็กลง ชะลอริ้วรอย ยับยั้งการเกิดสิว  รักษารอยไหม้บนผิวหนัง กำจัดเซลล์ผิวเก่า กระตุ้นการสร้างผิวใหม่ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้หน้าดูเปล่งปลั่งอย่างเป็นธรรมชาตินั้นเอง

 

10.สารสกัดจากแตงกวา

สารสกัดจากแตงกวาเป็นสมุนไพรเย็นที่อุดมไปด้วย วิตามินเอ เบต้าแคโรทีน วิตามินบี 1 วิตามินบี 2  มีสรรพคุณที่ช่วยบำรุงและเพิ่มชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า เพราะแตงกวาเป็นพืชที่มีน้ำมาก สารสกัดที่ได้จึงมีคุณสมบัติทำให้ผิวนุ่มไม่แห้งตึง สารซิสติน และเมธิโอนิน ทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น กระชับ ช่วยลดการเกิดริ้วรอย ทำให้ผิวหน้าแลดูเยาว์วัยอยู่เสมอ

สารสกัดใน เซรั่มบำรุงผิวหน้า

เซรั่มที่ช่วยบำรุงผิวหน้า มักจะมีส่วนผสมสารสกัดจากแตงกวา สามารถช่วยให้ผิวหนังกำพร้าที่ตายแล้วหลุดออกและเป็นตัวกระตุ้นในการเร่งในการสร้างเซลล์ผิว ลดเลือนริ้วรอย ทำให้รอยแผลเป็นดูจางลง ลดการเกิดสิว ควบคุมความมัน อีกทั้งยังทำให้ผิวหน้าดูอ่อนโยนมากขึ้น ช่วยลดอาการบวมใต้ดวงตา กระชับรูขุมขนช่วยในการฆ่าเชื้ออ่อนๆบนใบหน้า และรักษารอยดำคล้ำสำหรับคนนอนดึกได้ดีอีกด้วย

พืชสมุนไพรทั้ง 10 ชนิดมีสารสกัดที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพและความงาม การที่สมุนไพรแต่ละชนิดมีคุณสมบัติและสรรพคูณที่ดีต่อผิวพรรณแตกต่างกันไป ทำให้ผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง หรือเวชสำอางต่าง ๆ รวมทั้งเซรั่มที่ใช้ดูแลผิวพรรณหลายชนิดหลายแบรนด์ นำส่วนผสมของสารสกัดจากพืชสมุนไพรหลายชนิดผสมรวมกันไว้ในผลิตภัณฑ์ เพื่อช่วยให้สินค้ามีคุณสมบัติที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า หรือบางแบรนด์อาจนำสมุนไพรไทยเป็นส่วนผสมรวมกับสารสกัดนำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อให้เซรั่มบำรุงผิวหน้า มีคุณสมบัติในการบำรุงดูแลผิวพรรณที่มีประสิทธิภาพใช้แล้วสามารถเห็นผลได้อย่างรวดเร็ว

ครีมยกกระชับหน้ายี่ห้อไหนดี

ครีมยกกระชับหน้ายี่ห้อไหนดี จะเลือกยังไงดีนะ ไม่มีความรู้เลย

ก่อนจะทราบว่า ครีมยกกระชับหน้ายี่ห้อไหนดี  เราไปดูการกระชับผิวหน้าด้วยวิธีอื่นๆกันก่อน

ไม่ว่าใครๆ ก็อยากมีผิวที่กระชับ เต่งตึง หน้าเรียวเป็น V shape แต่ปัญหาผิวที่พบเป็นอันดับต้นๆเลยคือ ผิวหย่อนคล้อย ไม่ตึงกระชับ และมีริ้วรอย โดยเฉพาะการเกิดริ้วรอยก่อนวัย ถ้าผิวหน้าของเราเริ่มมีความหย่อนคล้อยและริ้วรอยแล้วล่ะก็ หลายคนคงต้องพึ่งการทำเลเซอร์ ฉีดโบท็อกซ์ หรืออีกวิธีที่ง่ายสุดคือใช้ครีมยกกระชับ แล้วจะเลือก ครีมยกกระชับหน้ายี่ห้อไหนดี ให้ผิวเต่งตึงอย่างมีประสิทธิภาพ เรามีเคล็ดลับมาฝากกันค่ะ

 

ผิวหย่อนคล้อยกวนใจเกิดจากอะไร?

เมื่อเริ่มตั้งแต่อายุ 25 ปีขึ้นไป ผิวจะเริ่มสูญเสียความกระชับ เกิดความหย่อนคล้อย เสียรูปทรง โดยอาจเกิดขึ้นจากกรรมพันธุ์หรือสิ่งแวดล้อมภายนอกก็ได้ ทำให้ผิวหย่อนยาน มีริ้วรอย ดูไม่สดใส ซึ่งปัจจัยต่างๆมีดังนี้

1.ผิวสูญเสียวอลุ่ม เมื่อเรามีอายุมากขึ้น ฮอร์โมนเอสโตรเจน ได้เปลี่ยนแปลง เซลล์ผิวที่ทำให้เกิดวอลลุ่มลดลง แถมร่างกายยังผลิตคอลลาเจนลดลงทุกปี เฉลี่ยปีละ 1% ผิวจึงสูญเสียความยืดหยุ่น ทำให้เกิดความหย่อนคล้อย

2.มลภาวะ ยิ่งสาวๆที่อยู่ในเมืองจะต้องเผชิญกับมลภาวะมากเป็นพิเศษ มลภาวะต่างๆจะมาจาก ฝุ่นละออง ควันจากท่อไอเสียรถ ควันบุหรี่ หากได้รับในปริมาณมากจะส่งผลให้ระบบในร่างกายทำงานผิดปกติ จึงทำให้เกิดผิวหย่อนคล้อยและมีริ้วรอยก่อนวัยได้

ครีมยกกระชับหน้ายี่ห้อไหนดี

3.เจอกับแสงแดดแรงๆ แสงแดดนั้นส่งผลเสียกับผิวของเราอย่างมากมายเลยทีเดียว รังสี UV จากแสงแดดจะเข้ามาทำลายคอลลาเจน อีลาสตินในผิว และทำให้เกิดอนุมูลอิสระ ส่งผลให้ผิวหย่อนคล้อยและเกิดริ้วรอยได้

4.ความเครียด ความเครียดนอกจากจะส่งผลเสียต่อจิตใจแล้ว ยังส่งผลเสียต่อร่างกายภายนอกด้วย เนื่องจากความเครียดมีผลต่อ ฮอร์โมนเอสโตรเจน ที่ช่วยให้ผิวเต่งตึง ชุ่มชื้น ดังนั้นเมื่อ ฮอร์โมนเอสโตรเจนไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพจึงส่งผลให้ผิวไม่เต่งตึง ไม่เปล่งปลั่ง และเกิดความหย่อนคล้อย

ครีมยกกระชับหน้ายี่ห้อไหนดี

5.ไม่ใช้ครีมบำรุง เนื่องจากเราต้องเผชิญกับแสงแดดและมลภาวะร้ายรอบตัวอยู่เป็นประจำ ทำให้เราละเลยไม่ได้ที่จะต้องบำรุงผิว เพื่อไม่ให้ผิวหย่อนคล้อยและเกิดริ้วรอยก่อนวัย ไม่ว่าจะเป็นการทาครีมกันแดด มอยส์เจอร์ไรเซอร์ หรือครีมบำรุงต่างๆเพราะจะช่วยปกป้องและฟื้นฟูผิวของเราจากการโดนทำร้ายได้

6.สูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป นอกจากจะทำร้ายร่างกายของเราให้เกิดโรคต่างๆแล้ว ยังส่งผลเสียต่อผิวของเราอีกด้วย ทำให้ผิวเสื่อมลงเร็วขึ้น ส่งผลให้ริ้วรอยต่างๆถามหา เพื่อให้สุขภาพร่างกายที่แข็งแรงและสุขภาพผิวที่ดีควรงดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ไปเลยดีกว่าค่ะ

ครีมยกกระชับหน้ายี่ห้อไหนดี

7.ร่างกายขาดสารอาหาร ผิวหย่อนคล้อย ไม่เต่งตึง มีสาเหตุมาจากการขาดน้ำและสารอาหารด้วย เช่น วิตามินอี สารต้านอนุมูลอิสระ คอลลาเจน ซึ่งพบได้ในผักและผลไม้ เพื่อให้ผิวเต่งตึงและเปล่งปลั่งจึงควรทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และดื่มน้ำให้ได้ 8-10 แก้วต่อวัน โดยการจิบบ่อยๆระหว่างวัน เพื่อคงความชุ่มชื้นให้กับผิว

 

ผิวหน่อยคล้อยแก้ได้อย่างไร

ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ที่แก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย และช่วยยกกระชับใบหน้าเกิดขึ้นมากมาย แล้วเราจะเลือกครีมยกกระชับหน้ายี่ห้อไหนดีโดยดูที่ส่วนผสมและคุณสมบัติเป็นหลัก รวมถึงความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์ด้วย แต่ยังมีเทคนิคทางการแพทย์ที่สามารถช่วยยกกระชับผิว ทำให้หน้ากลับมาเต่งตึง เป็น V shape ได้อีกด้วย

1.เทอร์มาจ เป็นการใช้คลื่นวิทยุส่งผ่านความร้อนเข้าไปในผิวเพื่อ กระตุ้นคอลลาเจน ช่วยยกกระชับผิว ทำให้รูปหน้าเรียว และริ้วรอยลดเลือน ผลลัพพ์จะอยู่ได้ประมาณ 1 ปี

2.HIFU หรือ อัลเทอรา เป็นการใช้คลื่นเสียงความถี่สูง ลงลึกถึงเนื้อเยื่อที่อยู่ใต้ชั้นไขมัน เหมาะกับผู้มีปัญหาความหย่อนคล้อย และส่งผลดีมากสำหรับการยกคิ้ว แก้ปัญหาหนังตาตก

3.เลเซอร์ยกกระชับ เลเซอร์จะไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ให้ผิวแข็งแรง นอกจากช่วยยกกระชับผิวแล้วยังช่วยลดเลือนริ้วรอย รูขุมขนกระชับอีกด้วย เหมาะสำหรับสาวๆที่อายุยังไม่มาก แต่ต้องการป้องกันริ้วรอยที่กำลังจะมาเยือน

4.ทำศัลยกรรมยกกระชับ หากใช้วิธีอื่นแล้วยังไม่พอใจกับผลลัพพ์ อาจจะต้องศัลยกรรมกันไปเลย แต่การทำศัลยกรรมถือเป็นวิธีที่ค่อนข้างเสี่ยง ควรพิจารณาให้ดีก่อนตัดสินใจ

ครีมยกกระชับหน้ายี่ห้อไหนดี

การยกกระชับหน้าด้วยเทคนิคทางการแพทย์แม้จะเห็นผลได้เร็วใน2-3 สัปดาห์ แต่เครื่องมือบางอย่างต้องกลับมาทำซ้ำเพราะผลอยู่ได้ไม่นาน แถมมีราคาที่ค่อนข้างแพงอีกด้วย นอกจากวิธีเหล่านี้แล้วยังมีวิธีอื่นอีกที่ช่วยกระชับผิวของเรา อย่างการใช้ครีมยกกระชับ ต้องใช้อย่างสม่ำเสมออาจจะเห็นผลช้ากว่าแต่ไม่ต้องเจ็บตัว ราคาไม่แพงแถมยังปลอดภัยไม่ต้องเสี่ยง หากเราเลือกใช้ครีมยกกระชับที่มีคุณภาพแล้วล่ะก็ แล้วเราจะเลือกครีมยกกระชับหน้ายี่ห้อไหนดี มีเทคนิคการเลือกมาฝากกันค่ะ

1.หลีกเลี่ยงส่วนผสมต้องห้าม เพื่อไม่ให้หน้าเสี่ยงและไม่ปลอดภัยควรหลีกเลี่ยงส่วนผสมดังนี้ สารกันเสีย,น้ำหอมและสี เพราะจะทำให้ผิวระคายเคืองไม่เหมาะกับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย

2.ความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์ ควรได้รับการรับรองจาก อย. มีวันเดือนปีที่ผลิต แหล่งผลิต วิธีใช้ ระบุอย่างชัดเจน

3.คำนึงถึงราคา ราคาที่ถูกเกินไปหรือแพงเกินไปก็ไม่ใช่จะดีเสมอไป การใช้ครีมลดริ้วรอยต้องอาศัยการบำรุงเป็นระยะเวลานาน จึงควรดูที่ความน่าเชื่อถือและผลลัพพ์ว่าคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายหรือไม่ ราคาไม่ควรแพงจนเกินไปหรือถูกจนเกินไป

ครีมยกกระชับหน้ายี่ห้อไหนดี

 

สารสกัดธรรมชาติที่ช่วยยกกระชับผิว

1.คอลลาเจน ช่วยสร้างความแข็งแรงให้กับผิว ทำให้ผิวยืดหยุ่น ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยได้เป็นอย่างดี

2.วิตามินบี 3 ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ชะลอการเกิดริ้วรอย ทำให้หน้าดูอ่อนกว่าวัย

3.รกแกะ ช่วยลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวใหม่ จึงทำให้ผิวกระจ่างใส ลดเลือนริ้วรอย ผิวเปล่งปลั่ง หน้าเด้งสุดๆ

4.แตงกว่า อุดมไปด้วยวิตามินเค และวิตามินซี ชะลอริ้วรอย ต้านอนุมูลอิสระ ให้ความชุ่มชื้นกับผิว ผิวจึงเปล่งปลั่ง และดูอิ่มน้ำ

ทั้งหมดนี้คือเทคนิคการดูแลและบำรุงให้ผิวกระชับ เต่งตึง ถ้าเราต้องพึ่งครีมยกกระชับ ควรดูว่าครีมยกกระชับหน้ายี่ห้อไหนดีที่ปลอดภัยและคุ้มค่าที่จะลงทุน